Homeร.ล.คีรีรัฐการปฏิบัติราชการ ของ ร.ล. คีรีรัฐ

การปฏิบัติราชการ ของ ร.ล. คีรีรัฐ

          การปฏิบัติราชการทัพเรือภาคที่ ๑ ของ ร.ล. คีรีรัฐ ระหว่าง ๑ – ๓๐ เม.ย.๕๙ และ ๑๖ – ๓๑ พ.ค.๕๙ ในห้วงระยะเวลา ๔๕ วัน น.ท.กงกฤช  พลยิ่ง ผบ.ร.ล. คีรีรัฐ สามารถนำกำลังพลเข้าจับกุมเรือประมงต่างชาติที่รุกล้ำเข้ามาทำประมงในน่านไทยได้จำนวน ๑๗ ลำ (ผลักดัน ๑ ลำ) รวมลูกเรือประมงทั้งสิ้น ๑๕๐ คน ซึ่งในสถิติปีงบประมาณที่ผ่านๆมา ในแต่ละทัพเรือภาคจะสามารถจับกุมได้จำนวนเฉลี่ย ๑๗ – ๒๓ ลำ การปฏิบัติการดังกล่าวนับได้ว่าเป็นสถิติสูงสุดของกองทัพเรือในห้วงเวลาเพียง ๔๕ วัน

 

     ในวันที่ ๒๐ พ.ค.๕๙ น.ท.กงกฤช   พลยิ่ง ผบ.ร.ล. คีรีรัฐ ได้นำกำลังพลเข้าให้ความช่วยเหลือเรือประมง ชื่อ พิชิตมัสยา TL 183A
ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่บนเรือประมงลำดังกล่าว โดยผู้ที่ได้บาดเจ็บเป็นลูกเรือประมงชาวพม่า ชื่อนายซอ ถูกของแหลมแทงบริเวณหน้าอกขวา ท้ายทอยและแขน จึงได้นำตัวมาส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ ก.พะงัน เพื่อส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อไป

 

          ใน ๒๙ พ.ค.๕๙ น.ท.กงฤช  พลยิ่ง ผบ.ร.ล. คีรีรัฐ ออกเรือด่วนภายใน ๑ ชม. เพื่อเข้าไปให้การช่วยเหลือเรือสำรวจประมง๒
ของกรมประมงจอดทิ้งสมออยู่กลางทะเลในแบริ่ง ๑๘๐  ระยะ ๓๓ ไมล์   เนื่องจากเครื่องจักรใหญ่ขัดข้อง  ในสภาวะคลื่นลมแรง ความเร็วลม ๒๐ – ๒๕ น้อต คลื่นสูง ๒ -๔ เมตรและสามารถช่วยเหลือได้สำเร็จด้วยการพ่วงท้ายกลับเข้าสู่ ฐท.สส. โดยสวัสดิภาพ ซึ่งในปัจจุบันกองทัพเรือปฏิบัติในภารกิจ ศรชล. และ ศปมฝ. โดยเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทนำ ตามนโยบาย ผบ.ทร. โดยกรมประมงเป็นหนึ่งในหน่วยงานดังกล่าว ในการปฏิบัติในครั้งนี้ทำให้เกิดภาพสะท้อนการเป็นผู้นำและพร้อมให้การช่วยเหลือโดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ของกองทัพเรือต่อหน่วยงานใน ศรชล. และ ศปมฝ.

Free business joomla templates